<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:taxo="http://purl.org/rss/1.0/modules/taxonomy/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: Journal of the Thai Veterinary Medical Association under the Royal Patronage</title>
    <link>http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/handle/001/2655</link>
    <description>สัตวแพทยสาร</description>
    <textInput>
      <title>The Collection's search engine</title>
      <description>Search the Channel</description>
      <name>search</name>
      <link>http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/simple-search</link>
    </textInput>
    <item>
      <title>การศึกษาการใช้ยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์</title>
      <link>http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/handle/001/2945</link>
      <description>Title: การศึกษาการใช้ยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Authors: R&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Abstract: ได้ศึกษาการใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์ 430 ตัวอย่าง ซึ่งแยกเป็นอาหารผสมสำเร็จรูปไก่เนื้อ 113 ตัวอย่าง อาหารผสมสำเร็จรูปไก่ไข่ 68 ตัวอย่าง อาหารผสมสำเร็จรูปโค 16 ตัวอย่าง อาหารผสมสำเร็จรูปสุกร 154 ตัวอย่าง หัวอาหารสุกร 54 ตัวอย่าง หัวอาหารไก่ไข่ 25 ตัวอย่าง โดยแยกเป็นระยะต่างๆ ตามอายุสัตว์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 พบว่ามีการใช้ยาปฏิชีวนะทั้งชนิดเดียวและหลายชนิดในทุกระยะอายุของสัตว์ แม้แต่ระยะที่ห้ามใช้ คือ พบยาปฏิชีวนะในอาหารผสมสำเร็จรูปไก่เนื้อระยะที่ 3 อายุเกิน 6 สัปดาห์ 45.71 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารผสมสำเร็จรูปไก่ไข่ระยะให้ไข่ 48 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารผสมสำเร็จรูปโค ระยะอุ้มท้องและระยะให้นม 21.43 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารผสมสำเร็จรูปสุกรระยะน้ำหนักเกิน 60 กก. 54.03 เปอร์เซ็นต์ ในหัวอาหารสุกรระยะน้ำหนักเกิน 60 กก. 71.42 เปอร์เซ็นต์ และในหัวอาหารไก่ไข่ระยะให้ไข่ 38.46 เปอร์เซ็นต์</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 1991 00:00:00 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>อิทธิพลของอะฟลาท็อกซินที่เป็นอันตรายต่อไก่เนื้อและสารพิษที่ตกค้างในเนื้อเยื่อของไก่</title>
      <link>http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/handle/001/2946</link>
      <description>Title: อิทธิพลของอะฟลาท็อกซินที่เป็นอันตรายต่อไก่เนื้อและสารพิษที่ตกค้างในเนื้อเยื่อของไก่&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Authors: R&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Abstract: ลูกไก่จำนวน 126 ตัวอายุ 1-2 วัน แบ่งโดยน้ำหนักเป็น 6 กลุ่มๆละ 21 ตัว แบบคละเพศ นำมาเลี้ยงด้วยอาหารแตกต่างกัน 6 แบบ โดยกลุ่มที่ 1 ให้อาหารไก่ธรรมดา กลุ่มที่ 2 ให้อาหารไก่ผสมอะฟลาท็อกซินบี 1 (200 พีพีบี) กลุ่ม 3, 4, 5 และ 6 ให้อาหารไก่ผสมอะฟลาท็อกซิน บี 1 (200 พีพีบี) และแอมโมเนียมคาร์บอเนต (0.4 เปอร์เซ็นต์) หรือกรดโปรปิโอนิค (0.02 เปอร์เซ็นต์) หรือโพลีพลาสดอน (1000 พีพีเอ็ม) หรือแอนตี้ท็อกพลัส (2000 พีพีเอ็ม) ตามลำดับ จนอายุได้ 8 สัปดาห์ จากการผ่าซากพบพยาธิสภาพตับถูกทำลายอย่างรุนแรงในไก่กลุ่มที่ 2 และ 3 และพลเล็กน้อยในไก่กลุ่มที่ 4, 5 และ 6 ค่าเอ็นไซม์ SGOT ค่อนข้างลดลงในกลุ่มที่ 3 ถึง 6 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ 2 ซึ่งสูงกว่าปกติ ส่วน SGPT จะสูงกว่าปกติในกลุ่มที่ 2-6 สำหรับอะฟลาท็อกซินตกค้างในกล้ามเนื้อไก่พบสูงสุดในกลุ่มที่ 2 (0.117 พีพีบี) และรองลงไปในกลุ่มที่ 5, 6, 4 และ 3 ตามลำดับ (0.007, 0.004, 0.001 และ 0.001 พีพีบี) ดังนี้สารลดพิษจำพวกกรดโปรปิโอนิคหรือแอนตี้ท็อกพลัส หรือโพลีพลาสดอน หรือแอมโมเนียมคาร์บอเนต จัดว่ามีประสิทธิภาพดี</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 1991 00:00:00 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของไอเวอร์เมคทินต่อพยาธิภายนอกและพยาธิภายในของกระบือปลัก</title>
      <link>http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/handle/001/2944</link>
      <description>Title: ผลของไอเวอร์เมคทินต่อพยาธิภายนอกและพยาธิภายในของกระบือปลัก&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Authors: R&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Abstract: ศึกษาผลของไอเวอร์เมคทินฉีดเข้าใต้ผิวหนังครั้งเดียว ขนาด 0.2 และ 0.4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อพยาธิภายนอกและพยาธิภายในของกระบือปลัก ไอเวอร์เมคทินขนาด 0.2 มก./กก. มีประสิทธิภาพสูงมาก (100 เปอร์เซ็นต์) ในการกำจัดเห็บ Boophilus microplus ตลอดการทดลอง 24 สัปดาห์ ไอเวอร์เมคทินมีประสิทธิภาพสูงมาก (100 เปอร์เซ็นต์) ในการกำจัดเหา Haematopinus tuberculatus ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 12 หลังได้รับยา ไอเวอร์เมคทินมีประสิทธิภาพสูงมากต่อไร Psoroptes และ Sarcoptes โดยตรวจไม่พบตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ถึงสัปดาห์ที่ 24 หลังได้รับยา ไอเวอร์เมคทินมีประสิทธิภาพสูงมากต่อ Screw-worm fly larvae โดยตรวจไม่พบตั้งแต่สัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 24 หลังได้รับยา ไอเวอร์เมคทินขนาด 0.2 และ 0.4 มก./กก. มีประสิทธิภาพสูงมาก (100 เปอร์เซ็นต์) ในการลดจำนวนไข่ของพยาธิตัวกลม Neoascaris vitulorum ตลอดการทดลอง 8 สัปดาห์ ไอเวอร์เมคทินทั้ง 2 ขนาดมีประสิทธิภาพสูงมาก (92.7 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์) ในการลดจำนวนไข่ของพยาธิตัวกลมชนิดอื่นๆ ได้แก่ Strongyloides papillosus, Cooperia, Haemonchus, Mecistocirrus, Oesophagostomum, Trichuris และ Trichostrongylus ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 8 หลังถ่ายยา</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 1991 00:00:00 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>การศึกษาระบาดวิทยาของโรคไข้เห็บในฟาร์มโคเนื้อ</title>
      <link>http://anchan.lib.ku.ac.th/agnet/handle/001/2943</link>
      <description>Title: การศึกษาระบาดวิทยาของโรคไข้เห็บในฟาร์มโคเนื้อ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Authors: R&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;Abstract: ฟาร์มโคเนื้อพันธุ์พื้นเมืองผสมบราห์มัน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีการเลี้ยงโคประมาณ 10 ปี โดยเริ่มจากจำนวนไม่ถึงสิบตัว จนมีจำนวน 30 กว่าตัว โดยไม่มีการนำโคใหม่เข้าฝูงเลยและโคเหล่านี้ปราศจากเห็บมานาน 1-2 เดือนหลังจากที่เจ้าของได้นำโคใหม่มาจากลพบุรี อยุธยาและลาดพร้าวเข้ามาเลี้ยงรวมในฝูง โคที่เลี้ยงอยู่เดิมในฟาร์มเกิดการตายด้วยโรค Babesiosis 7 ตัวและตายด้วยโรค Anplasmosis 5 ตัว สาเหตุการตายเป็นเพราะโคที่เลี้ยงอยู่เดิมไม่มีภูมิคุ้มกันของโรคนี้มาก่อน</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 1991 00:00:00 GMT</pubDate>
    </item>
  </channel>
</rss>

